This one wrote couple months ago.
I can't believe the time pass by so fast. I am just realize all most midnight already.
The question is what did I do today? Lie down on bed read a book and felt as sleep again.
I don't know why a book look like a sleep pill for me.
I start at the first page, go for second and third and.... feel sleepy.
What's the last book that I finished it.... think and think.... not remember at all.
I had so many book that I want to read. I has started but not finish them at all.
They are still next to me on my bed, I thought putting them here will help me finish them soon or if I saw them
I will pick them up and continue read its but I was just look at them and thought may be next time...next time.
And it's always like this....This is bad.. How can I fix this?
.......................................................
Oh! just let you know only one kind of book that I can finish is a comic book.
For this book I am not put it down till I finished it.
I can keep reading it and forget to eat or I am not feel hungry and not fall as sleep as well.
I wish I could have this feeling when I read other kind of books.
.......................................................
I think I will start by try to finish one book in this month.
You may think why this girl take so long to finish just one book but for me I don't know I can make it in one month like I wish or not. For last ten years I has started to read couple books but still have not finished one yet.
So get start with one book with in one month should be reasonable for me now.
.......................................................
Am....Let's think about the book which one's going to be the first book that I will finish this year :)
Now I have 4 books on my bed;
No. 1 name is Excellent Supervisor, this is kind of useful for work.
No. 2 name is Success Secrets in Business, this is good knowledge for doing Business.
No. 3 name is The competition of the powerful in Business, just some story that interesting.
No. 4 the last one name is The Digital Photography, This one my boyfriend would like me to read it.
.......................................................
..............................................
Think and think finally I had made a decision to go for No.4
You may have some queries. Why would I pick this one?
And absolutely I have a good reason for it.
First, the book seem nice to read and it have some pictures too. Hope it help me not getting bored.
Second, the detail of the book; they have good trick how to make your photo look like pros'!
And last reason, yeap! something about my boyfriend. It make me smile when I am think back the way he gave this book to me, cute and sweet :)
I am sleepy now. Writing in English was took me longer than I thought.
I am trying to practice my English Language too, so any correcting would be appreciate.
Thank you and Good night after all. Sweet dream :)
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
Lonely Night............alone and cry again ๋- ๋
11.30 pm
จะเที่ยงคืนแล้วหละ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ถึงได้ ขี้น้อยใจ คิดมากและก็ร้องไห้บ่อยแบบนี้นะ
รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆโดดเดียวชอบกล
ทุกครั้งเวลาที่ไม่สบายใจ ถ้าได้เดินเที่ยว เดินเล่น หรือโดยเฉพาะเดินช๊อบปิ้งก็จะรู้สึกดีขึ้นมาเลย
แต่ว่าวันนี้ ไปเดินเล่นก็แล้ว เดินดูของหน้ามอก็แล้ว ยังรู้สึกเศร้าๆเหงาๆเหมือนเดิมอยู่เลย
หรือว่าบางครั้งถ้าได้กินอะไรอร่อยๆๆ ก็จะทำให้รู้สึกดี รู้สึกสบายใจขึ้นมา
แต่ว่าวันนี้ มีคุ๊กกี้ของโปรดก็ยังไม่อยากกิน กินไอติมไปก็ยังรู้สึกไม่ดีขึ้นเลย
กินไรก็ไม่อร่อย ดูทีวีก็ไม่สนุก ห้องนอนดูเหมือนว่าจะกว้างดูโดดเดียวอ้างว้างกว่าทุกคืน.......
ดูอะไร คิดอะไรก็ร้องไห้ และมันก็ไหลไม่หยุด เป็นแบบนี้เพราะอะไรนะ
ร้องไห้ตาบวมหมดแล้วนะ พรุ่งนี้ตาบวมเป่งแน่เลย แล้วจะไปทำงานยังไงหละ
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ น้อยใจ........
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ คิดมากฟุ้งซ่านไปเอง.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่...ใจ....กลัว.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ ไม่รู้จะหยุดน้ำตาที่มันไหลออกมาได้อย่างไร......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ คิดถึงเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอจะคิดถึงกันบ้างไหม.....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ เห็นข้อความที่เธอส่งมา "I Love You" ไม่แน่ใจว่าเธอคิดแบบนี้จริงๆหรือเปล่า....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ ไม่กล้าส่งข้อความกลับว่า "I Love You too" เพียงเพราะกลัวว่าจะคิดไปเอง.....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ บางครั้งไม่เข้าใจเธอ......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ เชื่อทุกครั้งที่เธอบอกว่ารัก แต่หลายครั้งแอบสงสัยเพราะบ่อยครั้งเธอทำเหมือนไม่แคร์ไม่สนใจ.....
อยากจะบอกเธอว่าวันนี้เราคิดถึงเธอมาก
รอเวลาให้เลิกงานเร็วๆเพื่อจะได้ไปใช้เวลาอยู่กับเธอ
คิด ว่าจะทำอะไรกันดีนะ ชวนเธอไปเดินเล่นออกกำลังกายกันดีกว่า
โทรไปชวนเธอก่อนดีกว่า เด๋วโผล่ไปเลยเธอไม่วาง ไปไม่ได้จะมาผิดหวังเสียใจอีกเรา
แต่แล้วเมื่อโทรไปชวน เธอก็รู้สึกไม่อยากไปอยู่ดี เพราะว่าวันนี้เหมือนเธอจะเดินออกกำลังกายไปแล้วตอนบ่ายๆ
เหมือนเธอจะหงุดหงิด ไม่ค่อยอยากคุยกับเราเท่าไหร่
ถามไปถามมาจึงรู้ว่า วันนี้เธอลืมกุญแจเสียบไว้ที่รถมอเตอร์ไซด์ตอนไปเรียนที่ AUA
โชคดีที่รถยังอยู่แต่ก็กลัวว่า คนเอากุญแจไปจะแอบมาเอารถที่หลังหรือเปล่า
และนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินกลับหอ มาเอากุญแจสำรอง แล้วจะเดินกลับไปเอารถที่หลัง
คิดว่ามันคงทำให้เธอหงุดหงิดน่าดูเลย เธอเลยเหนื่อยและอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
ทำให้เธอไม่อยากให้เราแวะไปหาด้วย......
น่าแปลกใจหรือน่าน้อยใจดี ที่เธอไม่โทรมาเล่าให้เราฟังเลยสักนิด แถมยังไม่คิดจะเล่า ถ้าเราไม่ซอกแซกถามก็คงไม่รู้
ถ้าเป็นเรา เราคงโทรหาเธอก่อนใครเพื่อนเลย อาจจะโทรไปเล่าไปบ่นให้ฟัง
เพราะเราคิดว่าเธอคือคนที่เราอยากแบ่งปันเรื่องราว และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา.....แต่เธอกลับไม่ใช่
เรารู้ว่าคนเราแตกต่างกันจะเอามาเปรียบเที่ยบกันไม่ได้ จะพยายามเข้าใจ
ก็อย่างที่บอก มันคงแค่น้อยใจ และก็แปลกใจ เลยลามไปถึงสงสัย จนคิดมากมายไปไกล.....
อยากบอกเธอว่า วันนี้คุณแม่นักเรียน ที่มาสมัครเรียนกับเรา เขาซื้อคุ๊กกี้มาฝากเราด้วยหละ
คนเดียวกับที่ซื้อชีสเค้กมาฝากเราคราวก่อนไง ที่อร่อยๆ เรารู้แล้วหละว่าร้านอยู่ที่ไหน ไว้วันหลังจะชวนไปทานนะคะ
เหมือนเขาจะรู้เลยนะว่าเราชอบอะไร ซื้อมาฝากแต่ละอย่างชอบๆทั้งนั้นเลย
เห็นอะไรอร่อยๆก็มักจะนึกถึงเธอ อยากให้เธอได้กินด้วย
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คิดถึงเธอ อยากเจอเธอหละ แต่เธออยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเจอเรา
ก็เลยต้องผิดหวัง เสียใจนิดๆ ไปตามระเบียบ แต่ก็จะพยายามเข้าใจนะ
อยากบอกเธอว่า วันนี้เราทานข้าวเที่ยงเกือบๆ ห้า โมงได้
ไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร ที่เราพาเธอไปทานไง ที่เธอบอกว่า อยากให้มันอยู่ใกล้ๆหอเธออ่ะ
จะว่าไปแล้ว ทานที่นี้แทบทุกวันก็เริ่มเบื่อๆและรู้สึกว่าอาหารก็แบบเดิมๆ หรือว่าเราเลือกกินแบบเดิมๆเองก็ไม่รู้นะ
เรามักจะซื้อผลไม้ติดมือกลับไปด้วยแทบทุกครั้ง
เมื่อก่อนก็ไม่เคยได้ซื้อหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเคยซื้อแล้วเอาไปกินกับเธอ เห็นเธอชอบ
ก็นึกถึงเธอละอดใจซื้อไม่ได้ อีกอย่างทานผลไม้แบบนี้ก็ดีกับสุขภาพด้วยใช่ไหมเอ่ย
วันนี้เราซื้อผลไม้ที่เธอชอบด้วยนะ ฝรั่งกับแอ๊ปเปิ้ลไงคะ เธอว่ามันอร่อยดี
ก็กะว่าไปแวะไปหาเธอวันนี้และเอาไปฝาก เธอคงชอบแน่เลย
แต่สุดท้าย เธอก็บอกว่า วันนี้เหนื่อยละ อยากพักผ่อน ไว้เจอกันวันหลังละกัน
เราก็เลยต้องผิดหวัง แอบเศร้าไปตามระเบียบอีกตามเคย แต่ก็จะพยายามเข้าใจอีกเหมือนกันนะ
สุดท้ายรวมๆกันมันก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึก เศร้าๆ เหงาๆ โดดเดียว และคิดว่าเธอไม่แคร์ หละมั้ง
แต่การร้องไห้ และเขียนระบายแบบนี้ก็ทำให้สบายใจขึ้นแล้วหละ
เสียอย่างเดียวพรุ่งนี้ตาบวมไปทำงานแน่เลย แย่แน่เรา เริ่มง่วงแล้วหละคะ ไปนอนดีกว่า
สุดท้ายอยากจะบอกเธอว่า....... คิดถึงและรักเธอมากนะคะ........
Good night na ka Sweetie, Love.
1.05 am
จะเที่ยงคืนแล้วหละ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ถึงได้ ขี้น้อยใจ คิดมากและก็ร้องไห้บ่อยแบบนี้นะ
รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆโดดเดียวชอบกล
ทุกครั้งเวลาที่ไม่สบายใจ ถ้าได้เดินเที่ยว เดินเล่น หรือโดยเฉพาะเดินช๊อบปิ้งก็จะรู้สึกดีขึ้นมาเลย
แต่ว่าวันนี้ ไปเดินเล่นก็แล้ว เดินดูของหน้ามอก็แล้ว ยังรู้สึกเศร้าๆเหงาๆเหมือนเดิมอยู่เลย
หรือว่าบางครั้งถ้าได้กินอะไรอร่อยๆๆ ก็จะทำให้รู้สึกดี รู้สึกสบายใจขึ้นมา
แต่ว่าวันนี้ มีคุ๊กกี้ของโปรดก็ยังไม่อยากกิน กินไอติมไปก็ยังรู้สึกไม่ดีขึ้นเลย
กินไรก็ไม่อร่อย ดูทีวีก็ไม่สนุก ห้องนอนดูเหมือนว่าจะกว้างดูโดดเดียวอ้างว้างกว่าทุกคืน.......
ดูอะไร คิดอะไรก็ร้องไห้ และมันก็ไหลไม่หยุด เป็นแบบนี้เพราะอะไรนะ
ร้องไห้ตาบวมหมดแล้วนะ พรุ่งนี้ตาบวมเป่งแน่เลย แล้วจะไปทำงานยังไงหละ
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ น้อยใจ........
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ คิดมากฟุ้งซ่านไปเอง.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่...ใจ....กลัว.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่.......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ ไม่รู้จะหยุดน้ำตาที่มันไหลออกมาได้อย่างไร......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ คิดถึงเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอจะคิดถึงกันบ้างไหม.....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ เห็นข้อความที่เธอส่งมา "I Love You" ไม่แน่ใจว่าเธอคิดแบบนี้จริงๆหรือเปล่า....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ ไม่กล้าส่งข้อความกลับว่า "I Love You too" เพียงเพราะกลัวว่าจะคิดไปเอง.....
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ บางครั้งไม่เข้าใจเธอ......
ไม่ได้ทะเลาะกับเธอ เพียงแค่ เชื่อทุกครั้งที่เธอบอกว่ารัก แต่หลายครั้งแอบสงสัยเพราะบ่อยครั้งเธอทำเหมือนไม่แคร์ไม่สนใจ.....
อยากจะบอกเธอว่าวันนี้เราคิดถึงเธอมาก
รอเวลาให้เลิกงานเร็วๆเพื่อจะได้ไปใช้เวลาอยู่กับเธอ
คิด ว่าจะทำอะไรกันดีนะ ชวนเธอไปเดินเล่นออกกำลังกายกันดีกว่า
โทรไปชวนเธอก่อนดีกว่า เด๋วโผล่ไปเลยเธอไม่วาง ไปไม่ได้จะมาผิดหวังเสียใจอีกเรา
แต่แล้วเมื่อโทรไปชวน เธอก็รู้สึกไม่อยากไปอยู่ดี เพราะว่าวันนี้เหมือนเธอจะเดินออกกำลังกายไปแล้วตอนบ่ายๆ
เหมือนเธอจะหงุดหงิด ไม่ค่อยอยากคุยกับเราเท่าไหร่
ถามไปถามมาจึงรู้ว่า วันนี้เธอลืมกุญแจเสียบไว้ที่รถมอเตอร์ไซด์ตอนไปเรียนที่ AUA
โชคดีที่รถยังอยู่แต่ก็กลัวว่า คนเอากุญแจไปจะแอบมาเอารถที่หลังหรือเปล่า
และนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินกลับหอ มาเอากุญแจสำรอง แล้วจะเดินกลับไปเอารถที่หลัง
คิดว่ามันคงทำให้เธอหงุดหงิดน่าดูเลย เธอเลยเหนื่อยและอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
ทำให้เธอไม่อยากให้เราแวะไปหาด้วย......
น่าแปลกใจหรือน่าน้อยใจดี ที่เธอไม่โทรมาเล่าให้เราฟังเลยสักนิด แถมยังไม่คิดจะเล่า ถ้าเราไม่ซอกแซกถามก็คงไม่รู้
ถ้าเป็นเรา เราคงโทรหาเธอก่อนใครเพื่อนเลย อาจจะโทรไปเล่าไปบ่นให้ฟัง
เพราะเราคิดว่าเธอคือคนที่เราอยากแบ่งปันเรื่องราว และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา.....แต่เธอกลับไม่ใช่
เรารู้ว่าคนเราแตกต่างกันจะเอามาเปรียบเที่ยบกันไม่ได้ จะพยายามเข้าใจ
ก็อย่างที่บอก มันคงแค่น้อยใจ และก็แปลกใจ เลยลามไปถึงสงสัย จนคิดมากมายไปไกล.....
อยากบอกเธอว่า วันนี้คุณแม่นักเรียน ที่มาสมัครเรียนกับเรา เขาซื้อคุ๊กกี้มาฝากเราด้วยหละ
คนเดียวกับที่ซื้อชีสเค้กมาฝากเราคราวก่อนไง ที่อร่อยๆ เรารู้แล้วหละว่าร้านอยู่ที่ไหน ไว้วันหลังจะชวนไปทานนะคะ
เหมือนเขาจะรู้เลยนะว่าเราชอบอะไร ซื้อมาฝากแต่ละอย่างชอบๆทั้งนั้นเลย
เห็นอะไรอร่อยๆก็มักจะนึกถึงเธอ อยากให้เธอได้กินด้วย
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คิดถึงเธอ อยากเจอเธอหละ แต่เธออยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเจอเรา
ก็เลยต้องผิดหวัง เสียใจนิดๆ ไปตามระเบียบ แต่ก็จะพยายามเข้าใจนะ
อยากบอกเธอว่า วันนี้เราทานข้าวเที่ยงเกือบๆ ห้า โมงได้
ไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร ที่เราพาเธอไปทานไง ที่เธอบอกว่า อยากให้มันอยู่ใกล้ๆหอเธออ่ะ
จะว่าไปแล้ว ทานที่นี้แทบทุกวันก็เริ่มเบื่อๆและรู้สึกว่าอาหารก็แบบเดิมๆ หรือว่าเราเลือกกินแบบเดิมๆเองก็ไม่รู้นะ
เรามักจะซื้อผลไม้ติดมือกลับไปด้วยแทบทุกครั้ง
เมื่อก่อนก็ไม่เคยได้ซื้อหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเคยซื้อแล้วเอาไปกินกับเธอ เห็นเธอชอบ
ก็นึกถึงเธอละอดใจซื้อไม่ได้ อีกอย่างทานผลไม้แบบนี้ก็ดีกับสุขภาพด้วยใช่ไหมเอ่ย
วันนี้เราซื้อผลไม้ที่เธอชอบด้วยนะ ฝรั่งกับแอ๊ปเปิ้ลไงคะ เธอว่ามันอร่อยดี
ก็กะว่าไปแวะไปหาเธอวันนี้และเอาไปฝาก เธอคงชอบแน่เลย
แต่สุดท้าย เธอก็บอกว่า วันนี้เหนื่อยละ อยากพักผ่อน ไว้เจอกันวันหลังละกัน
เราก็เลยต้องผิดหวัง แอบเศร้าไปตามระเบียบอีกตามเคย แต่ก็จะพยายามเข้าใจอีกเหมือนกันนะ
สุดท้ายรวมๆกันมันก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึก เศร้าๆ เหงาๆ โดดเดียว และคิดว่าเธอไม่แคร์ หละมั้ง
แต่การร้องไห้ และเขียนระบายแบบนี้ก็ทำให้สบายใจขึ้นแล้วหละ
เสียอย่างเดียวพรุ่งนี้ตาบวมไปทำงานแน่เลย แย่แน่เรา เริ่มง่วงแล้วหละคะ ไปนอนดีกว่า
สุดท้ายอยากจะบอกเธอว่า....... คิดถึงและรักเธอมากนะคะ........
Good night na ka Sweetie, Love.
1.05 am
วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553
การอ่านโฆษณางานให้เข้าใจ
จะว่าไปแล้วในกระบวนการสมัครงานนั้น การอ่านโฆษณางานให้เข้าใจ นับว่ามีความสำคัญอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำแหน่งงานของบริษัทต่างชาติ (foreign company) หรือบริษัทข้ามชาติ (international company) ที่ลงโฆษณาเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นถ้าเปิดหนังสือพิมพ์ THE NATION ดูก็จะพบส่วนที่เรียกว่า workplace ซึ่งในนั้นจะลงโฆษณางาน เป็นภาษาอังกฤษเสียเป็นส่วนใหญ่
ถ้าผู้สมัครงาน (Job Applicant / Candidate) ไม่เข้าใจหรือไม่ทราบศัพท์หรือสำนวนภาษาอังกฤษ ก็อาจจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก ในการกรอกใบสมัครงาน หรือแม้แต่การสอบสัมภาษณ์ได้
คำศัพท์และสำนวนเช่นไรที่ควรทราบ
จากประสบการณ์ส่วนตัวของกระผม ในฐานะผู้รับคนเข้าทำงาน และอาจารย์ผู้สอนมหาวิทยาลัย ในหัวข้อเรื่องการสมัครงาน พบว่าผู้สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ทราบคำเหล่านี้
ประวัติส่วนตัวหรือประวัติย่อย ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษได้หลายคำ เช่น
Personal data
Cirriculum vitac (CV)
bio - data
data sheet หรือที่พบบ่อยคือ
Resume
บัตรประจำตัวประชาชน = Identification Card ( ID Card)
หลักสูตร ร.ด. = Reserved Officers' Training Corps Course (ROTC)
ไม่มีพันธะทางทหาร = No Military Service Obligation
หรือ ได้รับการยกเว้นจากราชการทหาร = Exempt from military Service
ใบปลดประจำการทหาร = Military Discharge Letter
ใบ ส.ด.9 = The Military Registration Licence
ทะเบียนบ้าน = Home / House Registration Certificate
สาขาที่เกี่ยวข้อง = Related Field
ประวัติการทำงาน=Employment Record
ภูมิลำเนา = Domicile
การลางานประจำปี หรือลาพักร้อน = annual leave
การลาเข้าพิธีมงคลสมรส = Marriage leave
การลาคลอด = Maternity leave
การลากิจ = Compassionate leave
การลาป่วย = Sick leave
เบี้ยขยัน = diligence allowance
สูติบัตร = Birth Certificate
ใบสมรส = Marriage Certificate
ใบเปลี่ยนชื่อ = Certificate of Change of name
ใบแสดงการผ่านงาน = Employment Certificate / Work Certificate
ปวช. = Vocational Certificate
ปวส. = Higher Vacational Certificate
ปวท. = Technician Certificate
นอกจากคำศัพท์เหล่านี้แล้ว ผู้สมัครงานต้องดูว่า เขาให้เราไปสมัครด้วยตนเอง (Apply in person / Walk- in Interview) หรือส่งจดหมายสมัครงาน (Application Letter) ไป และให้ส่งโดยวิธีใด และให้เขียน (in Your own handwriting) หรือให้พิมพ์ (typed letter)
Thanks==> http://www.nationejobs.com/content/tiptools/howto/template.php?conno=5
ถ้าผู้สมัครงาน (Job Applicant / Candidate) ไม่เข้าใจหรือไม่ทราบศัพท์หรือสำนวนภาษาอังกฤษ ก็อาจจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก ในการกรอกใบสมัครงาน หรือแม้แต่การสอบสัมภาษณ์ได้
คำศัพท์และสำนวนเช่นไรที่ควรทราบ
จากประสบการณ์ส่วนตัวของกระผม ในฐานะผู้รับคนเข้าทำงาน และอาจารย์ผู้สอนมหาวิทยาลัย ในหัวข้อเรื่องการสมัครงาน พบว่าผู้สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ทราบคำเหล่านี้
ประวัติส่วนตัวหรือประวัติย่อย ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษได้หลายคำ เช่น
Personal data
Cirriculum vitac (CV)
bio - data
data sheet หรือที่พบบ่อยคือ
Resume
บัตรประจำตัวประชาชน = Identification Card ( ID Card)
หลักสูตร ร.ด. = Reserved Officers' Training Corps Course (ROTC)
ไม่มีพันธะทางทหาร = No Military Service Obligation
หรือ ได้รับการยกเว้นจากราชการทหาร = Exempt from military Service
ใบปลดประจำการทหาร = Military Discharge Letter
ใบ ส.ด.9 = The Military Registration Licence
ทะเบียนบ้าน = Home / House Registration Certificate
สาขาที่เกี่ยวข้อง = Related Field
ประวัติการทำงาน=Employment Record
ภูมิลำเนา = Domicile
การลางานประจำปี หรือลาพักร้อน = annual leave
การลาเข้าพิธีมงคลสมรส = Marriage leave
การลาคลอด = Maternity leave
การลากิจ = Compassionate leave
การลาป่วย = Sick leave
เบี้ยขยัน = diligence allowance
สูติบัตร = Birth Certificate
ใบสมรส = Marriage Certificate
ใบเปลี่ยนชื่อ = Certificate of Change of name
ใบแสดงการผ่านงาน = Employment Certificate / Work Certificate
ปวช. = Vocational Certificate
ปวส. = Higher Vacational Certificate
ปวท. = Technician Certificate
นอกจากคำศัพท์เหล่านี้แล้ว ผู้สมัครงานต้องดูว่า เขาให้เราไปสมัครด้วยตนเอง (Apply in person / Walk- in Interview) หรือส่งจดหมายสมัครงาน (Application Letter) ไป และให้ส่งโดยวิธีใด และให้เขียน (in Your own handwriting) หรือให้พิมพ์ (typed letter)
Thanks==> http://www.nationejobs.com/content/tiptools/howto/template.php?conno=5
วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553
Even the night are better
I, I was the lonely one
Wondering what went wrong
Why love had gone
And left me lonely
I, I was so confused
Feeling like I'd just been used
Then you came to me
And my loneliness left me
I used to think
I was tied to a heartache
That was the heartbreak
But now that I've found you
Even the nights are better
Now that we're here together
Even the nights are better
Since I found you
You, you knew just what to do
Cause you had been lonely too
And you showed me how
To ease the pain
And you did more
Than mend a broken heart
Cause now you've made a fire start
And I, I can see that you feel
The same way
I never thought there'd be someone to hold me
But then you told me
And now that
I've found you
Even the days are brighter
When someone you love's beside ya
Even the nights are better
Since I found you
วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553
ในวันที่หัวใจอ่อนแอ......สับสน......
มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในใจ
ทำไม......
ทำไม.....
ทำไม.....
และก็ทำไม......
ตอนนี้เราทำอะไรอยู่.....
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร.....
อนาคตจะเป็นแบบไหน.....
จะเลือกทำอะไร......
จะเลือกไปทางไหนดี......
.....ไม่อาจจะรู้ได้เลย.....
ตอบคำถามตัวเองไม่ได้
ค้นหาตัวเองไม่เจอ
บางทีไม่รู้ต้องทำอย่างไร
บางที่ไม่รู้ต้องเดินไปทางไหน
บางทีรู้แต่ไม่อยากทำ
บางทีรู้แต่ไม่เลือกไม่ตัดสินใจ
ทำไม......
ทำไม.....
ทำไม.....
และก็ทำไม......
อยากปล่อยใจให้ล่องลอย
ค้นหาตัวเอง
อยู่กับตัวเองให้นานอีกนิด
แต่บางที่ก็นานเกินไป
นานจนถามตัวเองอีกครั้ง
ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่....
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร.....
อนาคตจะเป็นแบบไหน.....
จะเลือกทำอะไร......
จะเลือกไปทางไหนดี......
เพิ่งมารู้สึกตัว.....
นี้เราเดินวนเวียนมาแบบนี้กี่ครั้งแล้ว....
ทำยังไงจะต้องทำยังไงดี
รู้ว่าไม่ดี รู้ว่าต้องแก้ไข
พยายาม พยายาม แต่ก็กลับมาเป็นแบบเดิมทุกที
ทำยังไงดีทำยังไงดี......
ในวันนี้ วันที่หัวใจอ้อนล้า...สับสน
พูดคุยกับใครดีนะ.....
..........
..........
.........
รู้สึกเหมือนโดดเดียว ทั้งที่มีผู้คนอยู่รอบกาย
ทั้งคนที่เรารักและคนที่รักเรา
แต่ไม่รู้ทำไมเลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง
ก็เป็นคนหัวรั้น เอาแต่ใจ ไม่ชอบฟังและยุ่งกะใคร
พึ่งตัวเองคงดีที่สุด
ใครๆเขาก็บอกว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
บอกกับตัวเองให้พยายามอีกนิด....
บอกกับตัวเองว่าเราต้องผ่านมันไปได้....
อะไรที่ค้างคาใจ ก็ต้องปล่อยมันไป
Tomorrow do it better, I will.......
ทุกๆเช้าฉันจะยิ้มให้กับตัวเอง
สู้ๆๆ นะ
ทำไม......
ทำไม.....
ทำไม.....
และก็ทำไม......
ตอนนี้เราทำอะไรอยู่.....
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร.....
อนาคตจะเป็นแบบไหน.....
จะเลือกทำอะไร......
จะเลือกไปทางไหนดี......
.....ไม่อาจจะรู้ได้เลย.....
ตอบคำถามตัวเองไม่ได้
ค้นหาตัวเองไม่เจอ
บางทีไม่รู้ต้องทำอย่างไร
บางที่ไม่รู้ต้องเดินไปทางไหน
บางทีรู้แต่ไม่อยากทำ
บางทีรู้แต่ไม่เลือกไม่ตัดสินใจ
ทำไม......
ทำไม.....
ทำไม.....
และก็ทำไม......
อยากปล่อยใจให้ล่องลอย
ค้นหาตัวเอง
อยู่กับตัวเองให้นานอีกนิด
แต่บางที่ก็นานเกินไป
นานจนถามตัวเองอีกครั้ง
ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่....
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร.....
อนาคตจะเป็นแบบไหน.....
จะเลือกทำอะไร......
จะเลือกไปทางไหนดี......
เพิ่งมารู้สึกตัว.....
นี้เราเดินวนเวียนมาแบบนี้กี่ครั้งแล้ว....
ทำยังไงจะต้องทำยังไงดี
รู้ว่าไม่ดี รู้ว่าต้องแก้ไข
พยายาม พยายาม แต่ก็กลับมาเป็นแบบเดิมทุกที
ทำยังไงดีทำยังไงดี......
ในวันนี้ วันที่หัวใจอ้อนล้า...สับสน
พูดคุยกับใครดีนะ.....
..........
..........
.........
รู้สึกเหมือนโดดเดียว ทั้งที่มีผู้คนอยู่รอบกาย
ทั้งคนที่เรารักและคนที่รักเรา
แต่ไม่รู้ทำไมเลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง
ก็เป็นคนหัวรั้น เอาแต่ใจ ไม่ชอบฟังและยุ่งกะใคร
พึ่งตัวเองคงดีที่สุด
ใครๆเขาก็บอกว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
บอกกับตัวเองให้พยายามอีกนิด....
บอกกับตัวเองว่าเราต้องผ่านมันไปได้....
อะไรที่ค้างคาใจ ก็ต้องปล่อยมันไป
Tomorrow do it better, I will.......
ทุกๆเช้าฉันจะยิ้มให้กับตัวเอง
สู้ๆๆ นะ
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
วิธีการกรอกใบสมัครงาน(application form) ภาษาอังกฤษ

วิธีการกรอกใบสมัครงานภาษาอังกฤษ
อ. ภูษิต รัตนวงศ์
ใบสมัครงานที่ผู้สมัครต้องกรอกตอนที่ไป สมัครงานตามบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ นั้น จะมีลักษณะ ต่างๆกันในแต่ละแห่ง แต่โดยส่วนรวมแล้วมักจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันแทบทุกแห่ง โดยมีรายละเอียดการกรอกดังนี้
- หลักการเบื้อต้น (How to complete an application form)
1.1 ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ของใบสมัคร (Read clear what the procedures are) เช่น ให้เขียนหรือพิมพ ์หรือข้อความตอนใดที่ต้องเขียนด้วยอักษรตัวพิมพ์
1.2 ตอบคำถามในใบสมัครให้ครบถ้วน (Complete all questions) ข้อความใดที่ไม่ต้องการก็ให้ทำเครื่องหมายหรือใส่ข้อความลงไป
1.3 กรอกใบสมัครให้ดูน่าสนใจที่สุด (Make it clean, clear,accurate interesting, and wellpresented) หมายถึงเขียนให้สะอาดเรียบร้อยและเลือกเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุด
1.4 เตรียมคำถามที่อาจถูกถามจากการกรอก (Prepare to be questioned about what you filled in) เป็นการเตรียมคำอธิบายว่าสิ่งที่เรากรอกลงไปนั้น ถ้าต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมจะอธิบายเพิ่มเติมได้อย่างไร
1.5 กรอกใบสมัครให้เสร็จโดยเร็วและรีบส่งทันที (Complete and submit an application assoon as possible). - การ กรอกประวัติส่วนตัว (Personal Details)
2.1 การเขียนชื่อ เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งชื่อ (Name) และนามสกุล (Last Name / Surname)
โดยใส่คำนำหน้าชื่อด้วย เช่น Mr. , Mrs. , Miss. , Ms. , บางแห่งจะให้เขียนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง
Name : Mr. SOMBAT RAKDI (English)
NAME : นายสมบัติ รักดี (THAI)
2.2 การเขียนที่อยู่ (Address) ควรเขียนให้ละเอียด การเขียนชื่อทางภูมิศาสตร์(Geographical name) นั้นสามารถเขียนทับศัพท์ได้เลย เช่น
Soi (ซอย)13- Thanon (ถนน-แต่คำว่าถนนสามารถใช้คำว่า Road แทนได้เพราะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป) Amphoe / khet (อำเภอ / เขต) Changwat (จังหวัด – จะเขียนนํหน้าชื่อหรือ ไม่ก็ได้ เพราะชื่อจงัหวัดต่าง ๆ เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว) และอย่าลืมใส่รหัสไปรษณีย์
ตัวอย่าง
Present Address 622/151 Soi Suan Luang, Charansanitwong Rd., Khet Bangkoknoi, Bangkok 10700
การเขียนที่อยู่ในบางครั้งจะมีช่องสำหรับกรอก 2 ช่องคือ
(1) Home Address / Present Residence(ที่อยู่บ้าน) หรืออาจใช้ Permanent Address – ที่อยู่ถาวร คือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
(2) Mailing Address หมายถึงที่อยู่ที่ต้องการให้ติดต่อทางไปรษณีย์
กรณีที่ สถานที่อยู่เป็นสถานที่เดียวกันทั้งสองช่อง ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเขียนข้อความซ้ำกันควรเขียนว่า As above หรือ Same as above หมายถึงที่อยู่เหมือนกับสถานที่อยู่ข้างต้น
2.3 สถานภาพทางการสมรส (Marital Status) และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ(Personal Data)
ผู้ สมัครต้องกาเครื่องหมาย / ลงหน้าช่องที่เว้นไว้
ตัวอย่าง
- Single (โสด)
- Married (แต่งงานแล้ว)
- Widowed (เป็นหม้าย)
- Married with no children (แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีบุตร)
- Divorced (หย่า) Separated (แยกทางกัน)
ในกรณีที่แต่งงานแล้ว จะต้องกรอก
Marriage Cert. No ……………………………….. (หมายเลขใบทะเบียนสมรส)
Issued at …………………………………………. (ออกให้ที่อำเภอ หรือเขต)
Dated Issued ……………………………… (วัน เดือน ปีที่ออกใบทะเบียนสมรส )
Spouse ………………………………………… (ชื่อคู่สมรส)
- Birthdate (วัน เดือน ปีเกิด) เช่น May 1, 1970
- Birthplace / Nataive Place (สถานที่เกิด) ให้เขียนชื่อจังหวัดที่เกิด เช่น Pattani
- ID Card No. (เลขประจำตัวบัตรประชาชน) เช่น 2 9099 00050 11 6
- Issued at (สถานที่ออกบัตร) เช่น Amphoe Panare, Pattani
- Date Issued / Dated (วันที่ออกบัตร) เช่น October 12, 1990
- Expiry date / Valid Until (วันที่บัตรหมดอายุ) เช่น October 11, 1996
- Religion (ศาสนา) เช่น Buddhism / Islam / Catholic / Protestant
- Taxpayer’s No. (หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี)
- Social Security No. (เลขประจำตัวบัตรประกันสังคม)
2.4 สถานภาพทางการทหาร (Military Status)
มี 3 สถานภาพคือ
- Serving หมายถึง การอยู่ในระหว่างรับราชการทหาร เช่น กำลังอยู่ในภาวะเป็นทหารเกณฑ์
- Completed หมายถึง ผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้วโดยการเป็นทหารเกณฑ์
- Exempted หมายถึง ได้รับการยกเว้นโดยการเรียน ร.ด.จบหลักสูตร หรือจับฉลากได้ใบดำ หรือร่างกายไม่ได้ขนาด หรือกำลังเป็นนักศึกษา
ใน บางครั้งเราต้องบอกเหตุผลของการได้รับการยกเว้นว่าเป็นเพราะอะไร (With reason) สามารถบอกได้หลายวิธี เช่น
- Finished Reserved Officers’ Training Corps Course (R.O.T.C.) (สำเร็จหลักสูตรรักษาดินแดน) หรือจะใช้ว่า
- Finished Military Service Training of Territorial Defence Course (สำเร็จหลักสูตรรักษาดินแดน
- Reserved Status หรือ Reservist (ทหารกองหนุน)
- Registered Status หรือ Registrant (ทหารกองเกิน)
- Exempted through Military Drawing Ballot (ผ่านการเกณฑ์ทหาร เพราะจับฉลากได้ใบดำ)
- Exempted by Being Undersize (เพราะร่างกายไม่ได้ขนาด)
by physical disability (เพราะจุดบกพร่องของร่างกาย)
by being a student (เพราะเป็นนักศึกษา)
ตัวอย่าง
If you are eligible for Military Service, state whether serving, completed or exempted
(with reason) …………………………. Exempted with ROTC ………………………………
หรือบางครั้งจะมีคำถามกว้าง ๆ เราก็เลือกตอบได้ เช่น
State your military service ……………… No Military Service Obligation …………………
(พ้น พันธะทางทหาร)
**หมายเหตุ ศัพท์ภาษอังกฤษ “การเกณฑ์ทหาร” แบบอังกฤษจะใช้ว่า
Drafting (Drafted) ส่วนแบบอเมริกันจะใช้ว่า Conscription (Conscripted)
ตัวอย่าง
If you are under the military age, indicate when your conscription is die, …………………..
(ถ้า คุณมีอายุไม่ถึงการเกณฑ์ทหาร ให้ระบุเวลาที่ถึงกำหนดต้องเกณฑ์ทหาร)
2.5 สุขภาพ (Health Conditions) ส่วนใหญ่จะถามถึงสุขภาพและโรคประจำตัวหรือการได้รับ
อุบัติเหตุว่าเป็น อย่างไร คำศัพท์ที่ถามเกี่ยวกับโรคภัย ได้แก่
- Physical disabilities or defects - ข้อบกพร่องทางร่างกาย
- Handicap - ความพิการ
- Chronic disease - โรคติดต่อ
- Serious mental illness - การเจ็บป่วยทางจิต
- Serious physical illness - การเจ็บป่วยทางกาย
- Colour blindness - โรคตาบอดสี
ช่องเกี่ยวกับสุขภาพเรามักจะตอบว่า ไม่เคยเป็นโรค หรืออาการเจ็บป่วยเพราะฉะนั้นเราจึงไม่ตอบโดยวิธีเขียนว่า N/A (Not Applicable) หมายถึง ไม่กรอกข้อความหรือไม่มีข้อมูล
ตัวอย่าง
Physical disabilities or handicap or chronic disease (e.g. sight, hearing, speech,colour blindness, lameness, heart)
N/A
2.6 รายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว (Family Details)
ในใบสมัครจะมี รายละเอียดเกี่ยวกับ ชื่อบิดา-มารดา พี่-น้อง และจุดที่สำคัญคือ อาชีพของแต่ละคน คำศัพท์ที่ใช้กรอกในช่องอาชีพ(Occupation) มีดังนี้
- Civil Servant (Government Official) ข้าราชการพลเรือน
- Retired Government Official ข้าราชการบำนาญ
- Officer รับราชการ (ทหาร – ยศร้อยตรีขึ้นไป)
- Sub Lieutenant ร้อยตรี (Sub. Lt.)
- Lieutenant ร้อยโท (Lt.)
- Army Captain ร้อยเอก (Army Capt.)
- Soldier รับราชการ (ทหาร – ยศต่ำกว่าร้อยตรี)
- Sergeant Major First Class จ่านายสิบเอก (จ.ส.อ.)
- Sergeant Major Second Class จ่าสิบโท (จ.ส.ท. )
- Sergeant Major Third Class จ่านายสิบตรี (จ.ส.ต.)
- Sergeant สิบเอก (ส.อ.)
- Self-Employed หรือ Own Business ทำงานส่วนตัว
- State Enterprise Employee พนักงานรัฐวิสาหกิจ
- Employee ลูกจ้าง
- Trader ค้าขาย
ในกรณีที่ทำงานในอาชีพที่มีเกียรติ หรืออาชีพที่ใช้ความรู้ทางวิชาการ หรืออาชีพที่รู้จักกันกว้างขวางในสังคม หรือ ได้รับการยอมรบั จากสังคม(Profession) เราอาจจะใส่ชื่ออาชีพนั้น ๆ ไปก็ได ้ เช่น นายแพทย์
(Doctor) ทนายความ (Lawyer) ครู-อาจารย์ (Instructor) วิศวกร (Engineer) เป็นต้น - การ กรอกประวัติการศึกษา (Educational Background)
3.1 ระดับประถมศึกษา (Educational Level)
- Primary (ระดับประถมศึกษา)
- Secondary (ระดับมัธยมศึกษา)
- Vocational / Technical (ระดับอาชีวะ หรือวิชาชีพ)
- College (ระดับวิทยาลัย)
- University (ระดับมหาวิทยาลัย)
3.2 วุฒิการศึกษา (Degree / Certificate)
- Certificate, Diploma ประกาศนียบัตร
- High School Certificate ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
- Certificate of Technical Vocation ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.)
- Certificate of Vocational Education (Cert. Of Voc.Ed.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือ
- Vocational Certificate (Voc. Cert.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- Diploma / High vocational Certificate (Dip. / High Voc. Cert.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
- Bachelor of Science (B. Sc.) ปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์
- Bachelor of Engineering (B.Eng.) ปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์
- Bachelor of Industrial Technology (B.Ind.Tech.)ปริญญาตรีด้านอุตสาหกรรมศาสตร์
- Bachelor of Accountancy (B.Acct.) ปริญญาตรีด้านบัญชี
- Bachelor of Business Administration (B.BA.) ปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ
หลังคุณวุฒิการศึกษาควรที่จะใส่ สาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาโดยเติมคำว่า in หรืออยู่ในวงเล็บ และ
ตามด้วย สาขาวิชา เช่น
- Auto Mechanics ช่างยนต์
- Machine Shop Mechanics ช่างกลโรงงาน
- Mechanical Technology ช่างยนต์
- Electrical Engineering วิศวกรรมไฟฟ้า
- Building Construction ช่างก่อสร้าง
- Mechanical Engineering วิศวกรรมเครื่องกล
- Civil Construction ช่างก่อสร้าง / ช่างโยธา
- Electronics Engineering วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์
- Electrical Power Technology ช่างไฟฟ้ากำลัง
- Civil Engineerin วิศวกรรมโยธา
- Architectural Drawing ช่างเขียนแบบสถาปัตยกรรม
- Surveying ช่างสำรวจ
- Electronics Technology ช่างอิเล็กทรอนิกส์
- Accounting การบัญชี
- Marketing การตลาด
- Finance and Banking การเงินและการธนาคาร
- Human Resource Management การจัดการทรัพยากรมนุษย์
- Business English ภาษาอังกฤษธุรกิจ
- Computer Science วิทยาการคอมพิวเตอร์
- Industrial Engineering วิศวกรรมอุตสาหการ
ตัวอย่าง
Voc.Cert. in Auto Mechanics
Diploma in Electronics Technology
B.Eng. in Electronics Engineering / Electrical Engineering
** หมายเหตุ ถ้าช่องสำหรับกรอกการศึกษาเว้นประเภทของโรงเรียนไว้ให้ผู้สมัครเติมข้อความ เองผู้สมัคร
ควรที่จะเขียนการศึกษาสูงสุดที่ตนเองได้รับก่อน และเขียนการศึกษาย้อนหลังไปอีกระดับหรือสองระดับก็เป็น
การเพียงพอ ส่วนใบสมัครที่ได้กำหนดระดับการศึกษาไว้ในใบสมัครแล้ว ผู้สมัครก็ต้องเขียนรายการตามที่ใบ
สมัครกำหนดไว้เช่น
ใน บางครั้งมีการระบุว่าต้องเขียนสถานที่ตั้ง (Location) ของสถาบันการศึกษาด้วยซึ่งหมายถึงชื่อ
จังหวัดที่สถาบันนั้น ๆ ตั้งอยู่ เช่น Phuket Technical College, Phuket - การ กรอกความสามารถพิเศษ (Language Proficiency)
ความ สามารถพิเศษจะแบ่งกลุ่มใหญ่ ๆได้ 2 ลักษณะ คือ
4.1 ความสามารถทางภาษา (Language Proficiency)
ภาษาต่างประเทศที่ ใช้กรอก ได้แก่
- English ภาษาอังกฤษ
- Japanese ภาษาญี่ปุ่น
- Chinese ภาษาจีน ควรจะระบุด้วยว่าเป็น Taechiew ภาษาจีนแต้จิ๋ว
- Mandarin ภาษาจีนกลาง
- Cantonese ภาษาจีนกวางตุ้ง
วิธีระบุความ สามารถทางภาษาจะมีด้านต่าง ๆ เช่น Speaking, Reading, Writing, Understanding
ผู้กรอกมีวิธีการกรอกโดยเติมศัพท์ดังนี้
4.2 ความสามารถด้านอื่น ๆ (Career Qualifications)
ความสามารถที่จะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติของเราเพื่อประโยชน์ในการสมัคร งาน เช่น ด้านกีฬา หรือด้านอาชีพ เช่น
- Computer repair and knowledge of software
ซ่อมคอมพิวเตอร์และมีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์
- Knowledge of setting up computer networks
มีความรู้ในการติดตั้งข่าย งานคอมพิวเตอร์
- Knowledge of CAD and computer systems
มีความ รู้ในการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
- Able to write program with BASIC, C language
สามารถเขียนโปรแกรมภาษาเบลิคและภาษาซี
- Machine design or equipment making
การออกแบบเครื่องจักรกลหรือการสร้าง อุปกรณ์
- Mechanical engineering design
การออกแบบทางวิศวกรรม เครื่องกล
- Knowledge in switchboard design on manufacture and wiring works
มีความรู้ด้านการออกแบบแผงสวิตซ์เพื่อการผลิต และงานเดินสายไฟฟ้า
- Practical ability to operate PC and other OA equipment
มีความสามารถเชิงปฏิบัติในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ
- Ability in troubleshooting, modification and maintenance for electronics measurement equipments
มี ความสามารถในการตรวจซ่อม การดัดแปร และการบำรุงรักษาอุปกรณ์การวัดทางอิเล็กทรอนิกส์
- Working knowledge of computers using spreadsheets and data bases.
มีความรู้ ทางคอมพิวเตอร์ สามารถใช้แผ่นตารางทำการและฐานข้อมูล
- Goodknowledge of PC hardware and software, especially spreadsheets wordprocessor,
databases, LAN communication and graphics
มีความรู้ อย่างดีด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแผ่นตารางทำการ เครื่องประมวลคำ ฐานข้อมูล การสื่อสารข่ายงานบริเวณเฉพาะที่และกราฟิกส์
- Production planning, material supply or executing production lines process
การวางแผนการ ผลิต การจัดหาวัสดุ หรือการดำเนินการขบวนการสายการผลิต
- The capability to prepare and review full-scale tenders
มีความสามารถในการ เตรียมการ และวิเคราะห์การประมูลราคาโครงการขนาดใหญ่ - ประสบการณ์การทำงาน (Experience)
ใน ใบสมัครงานทุกบริษัทจะมีช่องประสบการณ์การทำงานไว้เพื่อจะได้รู้ว่าผู้สมัคร นั้นเคยผ่านงานอะไรมาบ้าง การกรอกประสบการณ์ก็เหมือนกับการกรอกประวัติการศึกษาคือ ให้กรอกการทำงานล่าสุดก่อนแล้วค่อยย้อนหลังลงไปจนถึงการทำงานครั้งแรก สำหรับ
การกรอกประวัติการทำงานมักมีรายละเอียดดังนี้
5.1 ตำแหน่งที่ทำงาน (Position) เช่น
- Technician นายช่างเทคนิค
- Foreman หัวหน้าควบคุมงาน
- Junior Foreman หัวหน้าควบคุมงาน (ผู้ช่วย)
- Senior Foreman หัวหน้าควบคุมงาน (ระดับสูง)
- Supervisor ผู้ควบคุมงาน
- Assistant Supervisor ผู้ช่วยผู้ควบคุมงาน
- Engineer วิศวกร
- Assistant Engineer ผู้ช่วยวิศวกร
- Inspector ผู้ตรวจสอบ
- Manager ผู้จัดการ
5.2 เหตุผลที่ลาออก (Reason for Leaving) เช่น
- No Progress
- Limited career opportunity ไม่มีความก้าวหน้าในอาชีพ
- Company Discontinued บริษัทเลิกกิจการ
- Unsuitable Position ตำแหน่งไม่เหมาะสม
- Contract Terminated สิ้นสุดสัญญา
- Further Study
- To get higher education เพื่อศึกษาต่อ
- Continue Education
- Military Service เพื่อเข้าเป็นทหาร
- Needed Better Job ต้องการงานที่ดีกว่า
- Company Loss บริษัทขาดทุน
- Company Reduced Manpower บริษัทลดพนักงาน
- Temporary Employ เป็นงานชั่งคราว
5.3 สถานที่ทำงาน (Work Place) เช่น
- Electricity Generating Autority of Thailand (EGAT) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- Thailand Tobacco Monopoly โรงงานยาสูบ
- Metropolitan Water Works Authouity การประปานครหลวง
- เรื่อง เบ็ดเตล็ด (Miscellaneous)
ผู้กรอกต้องกรอกในหัวข้อดัง นี้
6.1 ตำแหน่งที่สมัคร ให้กรอกตามประกาศที่รับสมัครโดยให้ตรงตามคุณวุฒิและข้อกำหนดของตำแหน่งนั้น ๆ
6.2 เงินเดือน การกรอกเงินเดือนควรกรอกเป็นช่วงเพื่อให้นายจ้างมีทางเลือกที่จะพิจารณา เช่น
9,000 - 10,000 บาท การกรอกเงินเดือนไม่ควรให้ต่ำหรือสูงเกินไป ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ ต้องการจะกรอกจำนวนเงิน อาจจะกรอกข้อความอย่างอื่นได ้ เช่น
Negotiable เงินเดือนแล้วแต่จะตกลง
Is up to your consideration เงินเดือนแล้วแต่จะพิจารณา
ตัวอย่าง
א. Salary required 3,000 – 3,500 / month
ב. Salary Negotiable
6.3 คำถามเกี่ยวกับการกระทำความผิด มีดังนี้
- Have you ever been arrested, คุณเคยถูกจับกุมหรือไม่
- taken into custody, เคยถูกคุมขัง
- held for investigation, เคยถูกสอบสวน
- the offence charged? ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
- Do not give minor traffic ไม่ต้องกล่าวถึงการฝ่าฝืนกฎจราจร
- violations เล็กน้อย
6.4 คำถามเกี่ยวกับการถือครองใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น
- Driving Licence / Driver’ s License ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
- Auditing Licence ใบอนุญาตการตรวจสอบบัญชี
- Registered Engineering Licence ใบประกอบอาชีพวิศวกร
- Certified Professional Auditor ใบประกอบอาชีพผู้ตรวจสอบบัญชี
- Teaching Licence ใบประกอบวิชาชีพครู
ตัวอย่าง
- Do you hold any licence? If yes, what?
Yes, Registered Engineering Licence
6.5 คำถามเกี่ยวกับการเริ่มเข้าทำงาน
When will you be available to start work?
I will be available / on Sept. 1 / anytime you wish. - การเขียนผู้รับรอง (Reference)
ควร ที่จะเขียนอย่างน้อย 2 คน หรือตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสมัคร ซึ่งในใบสมัครงานมักจะระบุว่าผู้รับรองต้องไม่ใช่ญาติ (Relatives) กับผู้สมัคร การเขียน ชื่อ – สกุล ผู้รับรองนั้นต้องมีคำรำหน้านามเสมอ ในกรณีผู้รับรองมียศทางทหาร / ตำรวจ หรือตำแหน่งทางราชการ บริหาร/ การเมือง หรือตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. Asst. prof. รศ. Assoc. Prof. ศ. Prof) ควรที่จะเขียนด้วยเพื่อความน่าเชื่อถือ
ตัวอย่าง
References - Teacher, professional and business people, who have known you for
more than five years. Do not use names of relatives.
Thanks : http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=118&post_id=41158
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)